เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงาน ในรูปแบบ Remote Working ที่ทุกองค์กรต้องรู้
จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ต้องทำให้หลายองค์กรต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบของการทำงานอย่างสิ้นเชิง จากการที่ต้องเข้าออฟฟิศตอกบัตร สแกนนิ้วเพื่อเข้าไปนั่งทำงานที่โต๊ะประจำตำแหน่งตามปกติ ก็เปลี่ยนมาใช้การทำงานในรูปแบบของการ Remote Working , การทำงานจากบ้าน WFH (Work from home) มากยิ่งขึ้น ซึ่งล่าสุดจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Standford พบว่าการทำงานในรูปแบบใหม่นั้น ช่วยให้ผลงานของพนักงานนั้นดีขึ้น 22% เลยทีเดียว ดังนั้นหากองค์กรสามารถปรับตัวได้เหมาะสมก็จะส่งผล ให้การทำงานในภาวะ New Normal นั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่องค์กรและ HR ต้องปรับตัวในยุค WFH
จากตัวเลขการศึกษาวิจัยต่างๆ ทำให้เห็นว่าองค์กรมีโอกาสสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีค่าได้ หากไม่วางแผนจัดการในเรื่องของการทำงานที่ออฟฟิศและแบบ Remote Working หรือ Work From Home (WFH) ให้ลงตัว ดังนั้นคงถึงเวลาที่ต้องศึกษาหาวิธีที่จะช่วยให้ทั้งพนักงานและองค์กรปรับตัวให้เข้ากับยุค WFH ได้อย่างลงตัวที่สุด
- สนับสนุนพนักงานในทุกด้าน การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปเป็น Remote Working หรือ WFH ในระยะแรกอาจจะทำให้พนักงานเครียดและสับสนได้ ดังนั้นบริษัทควรให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ มากขึ้น ตั้งแต่การแนะแนวทางการทำงานในรูปแบบใหม่ กฎระเบียบหรือข้อตกลงที่ชัดเจน การแนะนำให้คำปรึกษา การเพิ่มอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีในการทำงาน การเทรนนิ่งในการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการทำงาน เป็นต้น
- สร้างความไว้วางใจ องค์กรควรทำให้พนักงานรู้สึกมีความมั่นใจและไว้วางใจ เพิ่มความถี่ในการสื่อสารช่องทางต่างๆ และเปิดโอกาสให้พนักงานรับรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหวขององค์กร อีกทั้งเจ้านายเองก็ไม่ต้องการให้พนักงานที่ทำงานแบบ Remote working ต้องทำงานแบบไม่มีหยุดพัก เพราะ กลัวว่าพนักงานจะเหนื่อยล้าจากการทำงาน และหมดความตั้งใจในการทำงานของพวกเขาไปด้วย สิ่งนี้จึงถือเป็นเรื่องสำคัญในการเริ่มต้นข้อตกลงในการทำงานแบบ Remote working ร่วมกันในองค์กร
เปลี่ยนมาเน้นที่ผลลัพธ์มากกว่าขั้นตอน โดยธรรมชาติของการทำงานแบบ Remote Working หรือ WFH นั้น มักจะมีความยืดหยุ่นที่มากกว่าการเข้าออฟฟิศแบบปกติ ดังนั้นหัวหน้างานอาจจะต้องให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของการทำงานมากกว่าการเน้นขั้นตอนหรือเวลาในการทำงานตามปกติ ควรแจกจ่ายงานและแจ้งกำหนดการส่งงานที่ชัดเจน ในขณะเดียวกันก็ให้อิสระในการทำงาน โดยไม่ต้องเพ่งเล็งในเรื่องของขั้นตอนการทำงานมากจนเกินไปนัก หากคุณกังวลว่าจะเช็คได้อย่างไรว่าทำงานกันจริงหรือไม่ เพียงแค่คุณดูที่ผลงานที่ได้รับก็เป็นคำตอบสำหรับคำถามข้อนี้ได้ดีที่สุดแล้ว
การทำงานแบบ Remote Working หรือ WFH มีผลอย่างไรต่อพนักงาน
จากการสำรวจข้อมูลของบริษัท Big 4 อย่าง PwC นั้นทำให้ทราบว่า พนักงานราวๆ 22% นั้นกำลังวางแผนที่จะลาออกและหางานใหม่ และราวๆ 40% ของผู้ที่ถูกเลิกจ้างก็วางแผนหางานที่สามารถทำงานแบบ Remote Working หรือหางานที่ทำได้จากบ้าน WFH ได้เช่นกัน ส่วนข้อมูลจากบริษัทการตลาดระดับโลกอย่าง Hubspot ยังพบว่า 99% ของคนทำงานนั้นบอกว่า ถ้าเลือกได้ พวกเขาจะเลือกองค์กรที่สามารถทำงานจากบ้านได้จนเกษียณเลยทีเดียว นอกจากนี้จากการศึกษาของบริษัท Robert Half ยังพบอีกด้วยว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของพนักงานประจำที่ทำ WFH คิดว่าอาจจะตัดสินใจลาออกหากบริษัทให้กลับไปทำงานในรูปแบบเดิมที่ต้องเข้าออฟฟิศ
จะเห็นได้ว่าหลังจากที่คนส่วนใหญ่ได้มีโอกาสทำงานแบบ Remote Working หรือทำงานอยู่กับบ้าน WFH แล้ว หลายคนพบว่าตนเองมีความสุขและชอบการทำงานในลักษณะ WFH มากกว่าการทำงานในรูปแบบเดิม จากบริษัทโดยจากการศึกษาของ Robert Half พบว่าปัจจัยหลักที่ทำให้พนักงานรู้สึกอยากทำงานแบบ Remote Working หรือ WFH มีดังนี้
- มีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาในการเริ่มงานมากขึ้น
- เปลี่ยนสถานที่ทำงานได้ตามใจตัวเอง จะทำที่ไหนหรือมุมไหนของบ้านก็ได้
- ปราศจากสิ่งรบกวนในขณะทำงาน ทำให้มีสมาธิในการทำงานมากขึ้น
- ลดเวลาและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลงได้
- ลดความเครียดและทำให้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากยิ่งขึ้น
- สามารถแต่งกายแบบไหนก็ได้ตามต้องการ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
แต่ใช่ว่าการทำงานแบบ Remote working จะมีแต่ข้อดีเสมอไปเท่านั้น พนักงานประจำอีกจำนวนไม่น้อยก็สัมผัสได้ถึงข้อเสียที่ตามมาด้วยเช่นกัน เช่น
- การจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะการทำงานแบบ remote working จะเป็นการทำงาน พูดคุย หรือประชุมงานกันผ่านออนไลน์ ซึ่งหากเกิดปัญหาใดๆ เกิดขึ้น อาจทำให้แก้ปัญหาเหล่านั้นได้ยุ่งยากกว่าการทำงานอยู่ที่ออฟฟิศนั่นเอง
- หลุดโฟกัสจากงาน วอกแวกไปทำอย่างอื่น จนทำให้งานไม่เสร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้
- การรับรู้วัฒนธรรมองค์กรลดลง เพราส่วนใหญ่ทำงานที่บ้าน WFH จึงทำให้การรับรู้บรรยากาศการทำงานร่วมกันลดลง พนักงานไม่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
- การสัมพันธ์ระหว่างพนักงานที่น้อยลง ไม่เห็นหน้ากัน การปฏิสัมพันธ์ต่างๆ ก็น้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานใหม่ที่เริ่มงานในช่วง WFH พอดี อาจต้องปรับตัวมากยิ่งขึ้นกว่าปกติ
- เกิดความเครียดสะสม เพราะการ WFH อาจจะทำให้ไม่มีเวลาที่ตายตัวในการทำงาน บางคนอาจทำงานหนัก หรือเกิดความเครียดได้
- เริ่มเกิดปัญหาด้านสุขภาพ เนื่องจากการ WFH ส่วนใหญ่จะต้องนั่งทำงานหน้าคอมอยู่ตลอดเวลา นานๆ ไปอาจทำให้หลายๆ คนเกิดอาการปวดคอ ปวดตา ปวดไหล่ หรือปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ ตามมา
การทำงานแบบ Remote Working หรือ WFH ย่อมีทั้งข้อดีและข้อที่ควรระวังทั้งกับตัวพนักงานเองและกับองค์กร ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงานและการตกลงกันของทีมหรือองค์กร แต่ย้ำอีกครั้งว่า ไม่มีการทำงานใดที่จะสามารถยืดหยุ่นได้ 100% เพราะทุกงานทำงานย่อมต้องมีขอบเขตในแบบฉบับของแต่ละองค์กรนั่นเอง
แล้ววันนี้ธุรกิจของคุณมี “พนักงานคุณภาพ” เหล่านั้นหรือยัง?
แล้ววันนี้ธุรกิจของคุณมี “พนักงานคุณภาพ” เหล่านั้นหรือยัง?
ผู้สมัครและบริษัท ที่ไว้วางใจใช้ระบบของเรา
บริษัทชั้นนำต่างหาพนักงานผ่านแพลตฟอร์มของเรา
กว่า 30,000 บริษัท
ที่มาใช้ระบบเรา
กว่า 700,000
ตำแหน่งงานที่เปิดรับ
กว่า 2,000,000
เรซูเม่ที่สมัครผ่านระบบ
HR9 ดีอย่างไร?
ตอบโจทย์งาน HR ด้วย ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
จาก HR9 และ พันธมิตรชั้นนำ
- รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง ระบบการสรรหาบุคลากร และ HRIS พร้อมมั่นใจในระบบความปลอดภัยของข้อมูล
- สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม HRIS ชั้นนำมากมาย เช่น Successfactor, Workdays, Humanica ที่จะช่วยงาน HR ให้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น ระบบเวลาเข้า-ออกงาน, ระบบเงินเดือน, หรือ ระบบประเมินผลงาน
- ลดงานเอกสารแบบเดิมๆ ป้องกันความผิดพลาดในการส่งต่อข้อมูล ประหยัดเวลา แต่เพิ่มประสิทธิภาพ ช่วยให้ HR สามารถโฟกัสงานอื่นๆ ได้มากขึ้น
- สร้างประสบการ์ณที่ดีให้พนักงานที่เข้าใหม่ ไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำซ้อนในขั้นตอนสมัครงาน และตอนเริ่มงาน ด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบ HRIS โดยอัตโนมัติ
- ผู้บริหารหรือ HR สามารถ ค้นหาผู้ที่มีทักษะเฉพาะภายในองค์กร ไปบรรจุในตำแหน่งว่าง ทำการโยกย้ายหรือปรับเปลี่ยน ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ประกาศหาผู้สมัครผ่านช่องทางที่ใช่
ได้ง่ายกว่าที่เคย
- สร้างประกาศรับสมัครงานง่ายๆ เพียงคลิกเดียวก็เชื่อมต่อประกาศงานไปยัง Job board ชั้นนำได้หลากหลาย เช่น JobNOW, JobHACK, JobTHAI, JobsDB, LinkedIn
- รับใบสมัครเพิ่มขึ้นถึง 5-10 เท่าในประกาศงานเดียว
- ปรับแต่งประกาศงานให้เข้ากับทุกรูปแบบธุรกิจ
- ปรับเปลี่ยนประกาศงาน (เช่น ชื่อตำแหน่ง รายละเอียดงาน) ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
- ใช้งานได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์
จัดการข้อมูลผู้สมัครง่าย
ครบทุกขั้นตอนในที่เดียว
- ผู้ใช้สามารถปรับแต่งตัวระบบให้รองรับทุกลักษณะการจ้างงาน ทุกประเภท ถึงแม้มีลักษณะกระบวนการที่แตกต่างกันในแต่ละตำแหน่ง
- จัดการสถานะผู้สมัคร ตารางนัดสัมภาษณ์ การประเมิน หรือผลการสัมภาษณ์ ได้ในหน้าจอเดียว
- อัพเดตทุกการทำงานอย่างมีระบบ ลดการทำงานที่ซับซ้อน
- กำหนดการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ในระบบได้หลายหลาย ปรับแต่งให้เหมาะสม กับโครงสร้างองค์กรหลายรูปแบบ
สร้างเวปไซต์ประกาศรับสมัครงานได้ทันใจ ใน 5 นาที
- นำเสนอตัวตน สร้างแบรนด์ เพิ่มความน่าสนใจให้องค์กร ดึงดูดผู้สมัครได้มากขึ้นถึง 3 เท่า
- ไม่ต้องจ้างคนเขียนโค้ดแพงๆ ก็มีหน้าเว็บไซต์ไว้ประกาศรับสมัครงานของบริษัทได้ทันที (CareerSite)
- ผู้สมัครเข้าถึงประกาศงานของคุณ และคลิกสมัครงานได้อย่างสะดวกและง่ายดาย สร้างประสบการณ์ที่ประทับใจ
ค้นพบผู้สมัครที่ใช่
และตรงใจด้วยระบบที่แม่นยำ
- เลือกผู้สมัครได้รวดเร็วและแม่นยำด้วยคำถามคัดกรองผู้สมัคร
- วิเคราะห์ทักษะและจุดเด่นของผู้สมัคร ทำให้การค้นหาผู้สมัครมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- ลดการทำงานของ HR ลงได้ถึง 5 เท่าหรือประมาณ 15 วันทำงานต่อเดือน โดยการใช้เทคโนโลยีช่วยจัดการ ตั้งแต่การรวบรวม จัดเรียงและคัดแยกใบสมัคร
- รู้จักผู้สมัครได้ดียิ่งขึ้น ผ่านแบบทดสอบบุคลิกภาพ 16 Personalities
ระบบวิเคราะห์และรายงานผลที่เข้าใจง่ายและมีประสิทธิภาพ
- ไม่ต้องเสียเวลานานกับการจัดทำรายงานและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตนเองอีกต่อไป สามารถเลือกดูรายงานสรุปผลด้านการสรรหาบุคลากร ลดเวลาการทำงานที่ยุ่งยาก
- ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือผู้จัดการระดับสูง ก็สามารถเลือกดูข้อมูลสรุปภาพรวม และสถานการณ์ที่สำคัญในเรื่องการสรรหาบุคลากรขององค์กรได้อย่างง่ายดาย
หาคนที่ใช่ ในราคาที่ชอบ!
เลือกแพ็กเกจตามใจ ตอบโจทย์ได้ทุกธุรกิจ เข้าถึงผู้สมัครนับล้านผ่านระบบ 
Basic
รับใบสมัครง่ายๆ
ประกาศรับสมัคร พร้อมจัดการใบสมัคร
และตัวช่วยคัดกรองผู้สมัครได้ง่ายและเร็ว
1 บัญชีผู้ใช้งาน
฿1,500
฿1,500/เดือน
ซื้อเลยจัดการโพสต์งาน และสร้างเว็บไซต์ รับสมัครงานของบริษัท
จัดการและการติดตามสถานะ ผู้สมัคร/ใบสมัคร
แชร์โพสต์งานไปยัง Social media
ใช้งานผ่านอุปกรณ์สื่อสาร
Essential
จัดการสะดวก
จัดการทุกอย่างในที่เดียว เชื่อมต่อหลาย ช่องทางเพื่อรับใบสมัคร ปรับเปลี่ยนได้ตาม ความเหมาะสม สื่อสารสะดวก รวดเร็ว
12 เดือน
5 ตำแหน่งงานขึ้นไป
3 - 5 บัญชีผู้ใช้งาน
เริ่มต้น...฿3,000
฿2,500/เดือน
ขอใบเสนอราคาได้รับทุกฟีเจอร์ในแพ็กเกจ Basic
ประกาศงานและรับใบสมัครจาก เว็บไซต์อื่นๆ เช่น JobsDB, JobThai, LinkedIn
คำนวนคะแนนผู้สมัครตาม คุณสมบัติที่กำหนด
3-5 Templates ของการติดตาม สถานะผู้สมัคร
ระบบสื่อสารกันภายในทีมผู้ใช้งาน และสื่อสารกับผู้สมัคร
Pro
ปรับได้ตามใจ
รองรับทุกรูปแบบการใช้งาน ปรับเปลี่ยนได้ ตามใจ จัดการทุกใบสมัครได้รวดเร็ว พร้อม ตัวช่วยที่ทำให้การสรรหาเป็นเรื่องง่ายๆ
12 เดือน
10 ตำแหน่งงานขึ้นไป
10 บัญชีผู้ใช้งานขึ้นไป
เริ่มต้น...฿30,000
฿12,500/เดือน
ขอใบเสนอราคาได้รับทุกฟีเจอร์ในแพ็กเกจ Essential
ปรับแต่ง Template การติดตาม สถานะผู้สมัคร
เพิ่มฐานข้อมูลผู้สมัครเข้าระบบ อัตโนมัติ
แบบประเมินสัมภาษณ์ผู้สมัคร
ระบบช่วยเหลือด้วย AI
Customize
ตอบทุกความต้องการ
เลือกปรับแต่งการใช้งานเพิ่มเติม ให้ตอบ
โจทย์ทุกความต้องการ หรือเงื่อนไขของ
องค์กรคุณในทุกรูปแบบ
12 เดือน
15 ตำแหน่งงานขึ้นไป
15 บัญชีผู้ใช้งานขึ้นไป
เริ่มต้น...
฿29,500/เดือน
ติดต่อเราได้รับทุกฟีเจอร์ในแพ็กเกจ Pro
ปรับแต่งได้ทุกฟีเจอร์ตามความ ต้องการขององค์กร
การเชื่อมต่อกับระบบ HRIS ขององค์กร
อัปโหลดข้อมูลผู้สมัครอัตโนมัติ ผ่าน OCR
มุมมองการใช้งานแบบ Excel
ของบริการต่างๆ